Monday, May 21

แต่งรูปสินค้าให้โดดเด่นแบบมืออาชีพด้วย Photoshop

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

แต่งรูปสินค้าให้โดดเด่นแบบมืออาชีพด้วย Photoshop

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในการสร้างแบรนด์หรือทำธุรกิจนั้นรูปถ่ายของสินค้ามีผลต่อการสร้างภาพลักษณ์ทางการตลาดอย่างมาก เพราะการขายของออนไลน์ผ่านช่องทางต่างๆ ร้านค้าที่มีภาพถ่ายสินค้าชัดเจนสวยงามนั้นมียอดผู้เข้าชมมากกว่าร้านที่ไม่ลงรูปสินค้าอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเหตุนี้เองการแต่งรูปสินค้าจึงเข้ามามีบทบาทและกลายเป็นทักษะที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ควรมี เพราะนอกจากเราจะลงรูปสินค้าแล้ว การแต่งรูปให้สวย โดดเด่น ดูสะอาดตาก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของร้านค้า และยังทำให้ภาพสินค้าต่างๆ น่ามองขึ้น ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้ามากกว่าเดิม
วันนี้เราลองมาดูขั้นตอนการแต่งรูปแบบมืออาชีพด้วย Photoshop ที่จะช่วยให้สินค้าของคุณให้โดดเด่นขึ้นกันดีกว่าค่ะ
1. ขั้นตอนแรกให้เปิดโปรแกรม Photoshop ขึ้นมาก่อนค่ะ โดยวิธีแต่งรูป ไดคัต ที่เรานำมาฝากวันนี้สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมได้ทุกรุ่น เพราะเป็นการใช้เครื่องมือพื้นฐานเท่านั้น แต่รับรองว่าผลลัพท์ที่ได้ออกมาสวยแบบมืออาชีพแน่นอน
2
2. เปิดรูปที่เราต้องการตกแต่งด้วยการเลือกคำสั่ง File ที่แถบเมนูบาร์ด้านบนสุด จากนั้นเลือก Open แล้วเลือกรูปที่ต้องการและกด OK รูปสินค้าของเราก็จะถูกเปิดขึ้นมาบนหน้าจอค่ะ หากรูปของเรายังไม่ผ่านการไดคัท ให้เริ่มด้วยการไดคัทก่อนนะคะด้วยการใช้เครื่องมือ Pen Tool คลิกและลากไปตามกรอบของชิ้นผลิตภัณฑ์ จากนั้นกดเลือกคำสั่ง Select > Inverse แล้วกดปุ่ม Delete เพียงเท่านี้เราก็จะได้รูปสินค้าโดยที่ไม่ติดภาพพื้นหลังแล้วค่ะ

3

หรือถ้าหากคุณใช้รูปที่ถ่ายด้วย Lightbox อยู่แล้ว ก็สามารถนำรูปมาแต่งได้เลยทันที เพราะฉากหลังจะเป็นสีขาว ไม่มีวัตถุอื่นๆ มาแย่งความเด่นของสินค้าไปค่ะ
3. เริ่มการปรับแต่งรูปขั้นตอนแรก ด้วยการปรับค่าความสว่างและความต่างของสี (Brightness/Contrast) โดยเริ่มจากเลือกคำสั่ง Image ที่แถบเมนูบาร์ จากนั้นเลือก Adjustments และคลิกที่คำสั่ง Brightness/Contrast จะมีแถบสำหรับปรับค่าต่างๆ ขึ้นมา ให้เราเลือกปรับความสว่างและความต่างของสีจนพอใจ แต่ต้องระวังอย่าให้สว่างจนรายละเอียดของภาพหายไปนะคะ

4

4. ปรับค่าความสมดุลสี (Color Balance) หลังจากเพิ่มความสว่างให้รูปแล้ว สีของสินค้าอาจจะจางลงหรือผิดเพี้ยนไป เพราะฉะนั้นเราต้องทำการแต่งรูปให้สมดุลด้วยการเลือกเมนู Image จากนั้นคลิกที่คำสั่ง Adjustments แล้วเลือก Color Balance จากนั้นเราก็สามารถเลือกค่าสีได้ตามใจ ลองปรับแต่งหลายๆ แบบให้ภาพออกมาดูสวยสมดุลที่สุดและเหมาะสมกับสีของสินค้าที่สุดกันดูนะคะ

5

5.เก็บรายละเอียดของภาพด้วยการลบเงา เพราะการถ่ายรูปสินค้านั้นแม้จะถ่ายด้วย Lightbox แต่ก็อาจจะมีเงาบริเวณฐานของสินค้ามากวนใจ ซึ่งเราสามารถเก็บรายละเอียดตรงส่วนเงาได้ด้วยการใช้เครื่องมือ Clone Stamp มาช่วยในการแต่งภาพค่ะ โดยการเลือกเครื่องมือ Clone Stamp จากนั้นเลือกพื้นที่สีขาวด้วยการกดปุ่ม Alt+คลิกบริเวณที่ต้องการ จากนั้นคลิกเม้าส์ซ้ายลากไปตามบริเวณที่มีเงา จะทำให้ส่วนเงาหายไปกลายเป็นสีหรือพื้นผิวแบบเดียวกับพื้นที่ที่เราทำการก็อปปี้มาค่ะ

6

 

6.แต่งรูปขั้นสุดท้ายด้วยการปรับความคมชัด (Sharpen) เพราะภาพสินค้าที่ผ่านการปรับค่าต่างๆ มาอาจทำให้ความคมชัดของรูปลดลง รายละเอียดไม่เด่นชัดหรือเส้นขอบรูปไม่ชัดเจน ดังนั้นก่อนเซฟงานเราต้องปรับความคมชัดของรูปให้กลับมาคมสวยอีกครั้ง ด้วยการเลือกเมนู Filter และคลิกคำสั่ง Sharpen แล้วเลือกที่ Smart Sharpen จากนั้นเราก็จะสามารถเลือกปรับค่าความคมชัดในบริเวณต่างๆ ได้อย่างอิสระ

7

เมื่อทำการแต่งรูปจนพอใจแล้ว ก็ทำการเซฟภาพด้วยการกดเมนู File เลือกคำสั่ง Save as… หรือ Save for web เลือกเซฟรูปเป็นไฟล์นามสกุล .jpeg หรือ .png จะเหมาะสมกับการนำมาลงเว็บไซต์มากที่สุดค่ะ

การแต่งรูปสินค้าเป็นขั้นตอนที่เราไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ ถ้าอยากสร้างความประทับใจและดึงดูดความสนใจของลูกค้าล่ะก็ รูปที่เราแต่งออกมาก็ต้องทำให้เนี้ยบที่สุด เก็บรายละเอียดให้ดีที่สุด เพื่อแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและยังทำให้หน้าร้านค้าของเราสวยงามโดดเด่นขึ้นด้วยค่ะ

แต่สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการใช้บริการแต่งรูปแบบมืออาชีพและต้องการความรวดเร็ว เนื่องจากต้องแต่งรูปในปริมาณมากแต่ว่าไม่มีเวลามากพอ ก็สามารถเลือกใช้บริการฟรีแลนซ์จาก Fastwork.co ได้ นอกจากนี้กราฟฟิกดีไซน์เนอร์คนไหนที่มีทักษะและความสามารถในการแต่งรูปก็สามารถเลือกลงโปรไฟล์เพื่อหางานกับ Fastwork.co ได้เช่นกันค่ะ

Share.

About Author

Leave a Reply

%d bloggers like this: