Tuesday, December 12

Autumn time in Italy and Switzerland [ Dolomites & Matterhorn]

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

งานดองมาอีกแล้วครับ  (ยังเหลืออีกหลายไหด้วย ฮาาาาา)  ได้เวลาเอาออกจากไหซะทีครับ

ทริปนี้เป็นทริปอิตาลี สวิสเซอแลนด์ ครับ  โดย 90% อยู่อิตาลี และช่วงที่อยู่อิตาลี 95% อยู่  Dolomites ครับ (งงมั๊ย)   เอาง่ายๆ ทริปนี้คือเที่ยวเฉพาะแถว  Dolomites ครับ  แต่พอดีเวลาเหลือเลยแวะไปโฉบที่  Zermatt เพื่อยลโฉม Matterhorn ซะคืนนึง ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ

ช่วงที่ไปคือเดือนตุลาคมครับ เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือ Autumn ครับ อากาศแถบ Dolomites กำลังหนาวเลยทีเดียว ต้องใส่ชุดกันหนาวแบบจัดเต็มเลย

Dolomites เป็นหนึ่งในเทือกเขาของ Southern alps ของยุโรปครับ ซึ่งจะอยู่ทางภาพตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลีติดกับชายแดนประเทศออสเตรีย  ถ้าใครที่จะมาท่องเที่ยวแถบ Dolomites  ถ้ามาเพื่อถ่ายภาพเป็นหลัก ขอแนะนำว่าให้เช่ารถขับนะครับ  เพราะจะสะดวกและยืดหยุ่นที่สุด  แต่ถ้าจะมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ไม่เน้นถ่ายภาพ รถโดยสารประจำทางแถบนี้ก็มีตลอดครับ

หมายเหตุ : รูปทั้งหมดที่เห็นผ่านการปรับแต่งภาพทุกภาพนะครับ ด้วยโปรแกรม Adobe Lightroom & Photoshop มากบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่สถานการณ์

เชิญรับชมครับ


Milan Cathedral1

ผมลงเครื่องที่เมือง Milan ครับ ก็เลยมีโอกาสแวะเก็บภาพมหาวิหาร Milan Cathedral มานิดหน่อย  ตอนกลางวันคนเยอะมากครับ  เป็นไปไม่ได้เลยที่จะถ่ายโดยไม่มีคน  ถ้าอยากได้ภาพแบบไม่มีคนอยู่ในเฟรมต้องตื่นเช้าหน่อยครับ  พอดีผมจองโรงแรมอยู่ใกล้กับที่นี่แค่ 200 เมตร ทำให้ค่อนข้างสะดวก

ผมออกมารอตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นครับ โดยก็กังวลอยู่เหมือนกันครับ ว่าจะโดนปล้น จี้ อะไรทำนองนี้ เนื่องจากอิตาลีนี่ค่อนข้างขึ้นชื่อเรื่องแนวๆนี้ด้วย  แต่พอมาถึงจุดนี้ก็อุ่นใจครับ เพราะมีรถตำรวจมาจอดดูแลรักษาความปลอดภัยแต่เช้า เลยถ่ายรูปได้อย่างสบายใจ  แต่ได้มาแค่รูปเดียวแหล่ะครับ เพราะฝนตก หลังจากนั้นก็กลับโรงแรมไปนอนต่อ ฮาาาา

สำหรับพิกัดถ่ายรูป ตามนี้ครับ   45°27’51.6″N 9°11’21.4″E    (สามารถนำเข้า Google map แล้วเซฟไว้ได้เลย)


Alpe di suis (Seiser alm)

2

3

5

4

_T0P4053-Edit

หลังจากนั้นก็ได้เวลาเดินทางไปยังแถบ Dolomites ครับ โดยจาก Milan ผมนั่งรถไฟไปลงที่ Bolzano Bozen (ซึ่งถือเป็นเมืองใหญ่และเมืองหลักของแถบนี้) เพื่อนัดเจอกับเพื่อนที่นี่ครับ และหลังจากนั้นก็ได้เวลาลุย Dolomites ซะที  โดยจุดหมายแรกที่จะแวะก็คือเมือง  Alpe di suisi ซึ่งห่างจาก Bolzano Bozen ประมาณ 30 km ครับ  ซึ่งช่วงที่ไปถึงก็มืดแล้วเลยไม่ได้ออกไปไหนต่อ โดยผมใช้เมืองนี้เป็นฐานสำหรับการตระเวนถ่ายภาพประมาณ 3 คืนครับ

ภาพด้านบนจะเป็นภาพช่วงเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้นครับ ตำแหน่งนี้ถ้าหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นไปแล้วจะย้อนแสงครับ  ยิ่งถ้าพระอาทิตย์หลุดจากภูกขาขึ้นมานี่ก็แทบจะถ่ายอะไรไม่ได้แล้วครับ  จุดนี้เหมาะกับแสงเย็นมากกว่า

พิกัดจุดถ่ายภาพ 46°32’49.9″N 11°38’51.3″E


Passo Gardena

7

8

_T0P4119-Edit

เช้าวันต่อไปก็ไปที่จุดหมายต่อไปคือ Passo Gardena ครับ ห่างจาก Alpe di suisi ประมาณ  20 km ครับ แต่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที   เพราะถนนในแถบ Dolomites จะแคบและทางส่วนใหญ่ก็จะขับเลาะภูเขาครับ ทำให้ใช้ความเร็วไม่ค่อยได้

พิกัดจุดถ่ายภาพ 46°33’00.7″N 11°48’29.4″E


Ortisei Sankt Ulrich

11

12

จุดถ่ายภาพนี้ต้องเทรกขึ้นจะเป็นจุดชมวิวยอดเขาครับ ขาขึ้นใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ขาลงใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครับ  แนะนำว่าให้ศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนที่จะทำการเทรกนะครับ เพราะผมเจอกับตัวเอง  คือตอนขากลับเส้นทางมืดมาก ทำให้หลงทาง สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มีไม่สามารถใช้ Google map นำทางได้ กะว่าได้นอนกันกลางทางแน่   โชคดีเดินไปเจอนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มนึงพอดี เลยอาศัยเดินกลับไปกับเค้าด้วย

พิกัดจุดถ่ายภาพ 46°34’48.8″N 11°43’28.9″E

พิกัดจุดจอดรถ 46°33’59.1″N 11°43’28.7″E


Funes

13

15

14

โบสถ์ยอดฮิตเมือง Funes ครับ ชื่อว่า San Giovanni ครับ อยู่สุดถนนของเมืองเลย จุดนี้แสงเย็นดีที่สุดครับ ถ้าแสงเช้าจะย้อนแสงเต็มๆเมื่อพระอาทิตย์พ้นยอดเขาครับ

พิกัดจุดถ่ายภาพ 46°38’10.7″N 11°43’19.1″E

จริงๆโบสถ์นี้มีวิวมุมสูงด้วย แต่เนื่องด้วยเวลาที่ผมไปแค่คืนเดียวเก็บไม่หมดครับ ถ้าใครสนใจวิวมุมสูง ก็ตามพิกัดนี้ได้ครับ  46°38’22.0″N 11°43’18.5″E  ขับรถขึ้นไปได้ แล้วหาที่จอดข้างทางเอาครับ

16

ส่วนภาพด้านบนนี้เป็นมุมแสงเย็นของผมครับ  ขับรถมาจอดแล้วเดินขึ้นเนินไปนิดเดียวครับ

พิกัดถ่ายภาพ 46°38’44.1″N 11°43’03.8″E
เมืองนี้แนะนำให้นอน 1 คืนครับ หรือถ้าใครเวลาเหลือจะนอนสองคืนก็ได้ครับ วิวสวย บรรยากาศดีมาก เหมาะกับการพักผ่อนครับ  ถ้าพักสองคืนแนะนำให้ลองเทรกดูครับ มีเส้นทางสั้นๆให้เดินเล่นชมวิวได้ด้วย


Passo di Giau

10
จุดนี้เป็นทางผ่านครับ ผมเลยแวะถ่ายรูปนิดหน่อย  จะแวะก็ได้ไม่แวะก็ได้ครับ

พิกัดจุดถ่ายภาพ 46°28’57.2″N 12°03’11.3″E


Tre Cime Lavaredo
BIR_94
Tre Cime Lavaredo เป็นจุดท่องเที่ยวหลักในอุทยานแห่งชาติ Tre Cime national park ครับ ถ้าใครมีเวลา และมีแรงเหลือ แนะนำให้มาเที่ยวสถานที่นี้ครับ  ต้องเทรกเข้าไปใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมงต่อเที่ยวครับ  โดยสามารถเดินทางไปกลับก็ได้ หรือจะค้างคืนก็ได้ครับ

17

18.1

18

19

20

ซึ่งจุดท่องเที่ยวนี้จะมีจุดเด่นคือภูเขา 3 ยอดตามที่เห็นด้านบนครับ กับภูเขาลูกข้างๆกันที่ยอดแหลมชื่อว่า  Mountain Pateno ครับ

พิกัดจุดถ่ายภาพ 46°38’05.1″N 12°18’37.7″E

พิกัดจุดจอดรถ 46.613316, 12.292760

21

ผมเทรกมาถึงแค่จุดถ่ายภาพภูเขา 3  ยอดเท่านั้นครับ แต่ถ้าใครจะเทรกต่อก็ได้ มีหลายเส้นทางและหลายความยากง่ายให้เลือกครับ  หรือใครจะค้างคืนก็จะมีโรงแรมให้ตรงจุดที่ผมถ่ายภาพพอดี ชื่อว่าโรงแรม Rifugio A.Locatelli ครับ ซึ่งโรงแรมนี้จะเปิดเฉพาะหน้าร้อนจนถึงต้นใบไม้ร่วงนะครับ ถ้าสนใจก็ลองเมล์ไปสอบถามกันได้ครับ dreizinnenhuette@rolmail.net / rifugio-locatelli@rolmail.net  ซึ่งช่วงที่ผมไปมันปิด ผมก็เลยกางเตนท์นอนกันหน้าโรงแรมนั่นแหล่ะครับ  ถึงตรงนี้มีเรื่องเล่า

วันที่ผมเดินเข้าฟ้าใส อากาศเย็นสบายเลยครับ ไม่หนาว ถึงจุดพักแรม ก็มีนักท่องเที่ยวหลายๆคนที่เดินสวนกัน เห็นเราแบบสัมภาระมากมาย ก็สอบถามว่าเราจะมาค้างแรมเหรอ คืนนี้หิมะจะตกนะ
ไอ้เราก็แปลกใจ แดดเปรี้ยงๆ อย่างงี๊เนี่ยนะ หิมะจะตกได้ไง ก็ได้แต่รับๆไว้ แต่ก็ไม่ประมาท โดยเรากางเตนท์กันหน้าระเบียงโรงแรมที่มีหลังคากันสาด ซึ่งฤดูนี้โรงแรมจะปิดให้บริการ เนื่องจากเป็นช่วง low season

ตกคืนนั้นหิมะตกจริงๆ ไม่ตกธรรมดาด้วย มาเป็นพายุหิมะเลย อุณหภูมิราวๆ -10 องศาเซลเซียสได้ ด้วยความที่เตรียมตัวกันมาดี ก็เลยไม่หนาวเท่าไหร่ แต่นอนไม่ค่อยหลับ เพราะเสียงมันดังมาก และเตนท์มันตีหน้าทั้งคืนเลย ฮาาาาา

ตื่นเช้ามา พายุสงบแล้ว แต่ยังมีหิมะตกอยู่ พอออกมานอกเตนท์ ถึงกะต้องอุทาน ว๊อท ด่ะ ฟุ๊ก !!!

ทุกอย่างขาวโพลนไปด้วยหิมะ เตนท์ทั้งหมดถูกหิมะกลับหมด กว่าจะเคลียร์ตัวเองออกมานอกเตนท์ได้ ก็ลำบากลำบนกันพอสมควรอยู่

ก็เดินสำรวจกันไป อาหารเช้าที่เตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทางถูกงัดออกมา แต่ปรากฏว่ากินไม่ได้ แข็งหมดเลย ทั้งๆที่เอาเข้านอนด้วยกัน ก็กินมันทั้งๆที่แข็งๆอย่างนั้นแหล่ะ กันตาย ฮาาาาา

พอถึงเวลาออกเดินทางกลับ ก็ออกเดินกันตามปกติ ฝ่าหิมะไป แต่ปรากฏว่าพายุมันวนกลับเข้ามาอีกรอบ ลมแรงเหมือนมีใครกำทรายมาปาใส่หน้า ทางก็อันตรายเพราะเดินเลาะขอบเหว ลื่นๆก็ลื่น ทางเดินบางจุดเป็นน้ำแข็งเคลือบอยู่ ยิ่งจุดที่เป็นเนินที่ต้องเดินขึ้น นี่ลื่นกันหลายรอบ หนุกหนานกันเลยทีเดียว

กว่าจะเอาตัวมาถึงลานจอดรถได้ ก็เล่นเอาสะบักสะบอม ลื่นกันกระจาย โชคดีหน่อยที่ถนนมีเจ้าหน้าที่เข้ามาโรยเกลือไว้แล้ว ไม่งั้นคงติดอยู่ที่ลานจอดรถเป็นแน่แท้

ขับรถออกมา ถึงเมือง Misurina ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่าน ก็เลยแวะกินกาแฟกัน  จู่ๆก็มีเจ้าหน้าที่แต่งตัวคล้ายๆกู้ภัย เดินมาถามว่า เราเพิ่งออกมาจากข้างใน National park เหรอ เราก็ตอบไปว่าใช่ ทีนี้เค้าหยิบโทรศัพท์โทรกันวุ่นวายเลย สรุปได้ความว่าเค้าเซ็ททีมกู้ภัยจะเข้าไปตามหาเราสามคนกันแล้ว กำลังจะออกเดินทาง เนื่องจากว่าตอนเช้าที่พนักงานที่โรยเกลือถนนแจ้งว่าเจอรถค้างคืนที่ลานจอดรถ คาดว่าจะมีคนหาย
เกือบดังละ ฮาาาาา

สำหรับใครที่จะตามรอยผมแนะนำให้เช็คสภาพอากาศให้ดีก่อนนะครับ

พิกัดโรงแรม Rifugio A.Locatelli  46°38’13.5″N 12°18’36.9″E


Alpe di Suisi อีกที

22

23

หลังจากออกจาก Tre Cime แล้ว ผมก็ขับรถกลับไปยังเมือง Alpe di suisi อีกรอบครับ เนื่องจากว่าวันพรุ่งนี้เช้าจะเดินทางไปยัง Switzerland ก็เลยย่นระยะทางลงมาหน่อย  และด้วยเวลาเหลือก็เลยแวะถ่ายภาพกันที่จุดเดิม แต่คราวนี้โชคดีได้หิมะมาด้วย


Zermatt

24

วันรุ่งขึ้นก็มุ่งหน้าไปยังเมือง Zermatt ประเทศ Switzerland กันเลย จาก Alpe di Suisi ระยะทางประมาณ 500 km ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมงครับ  โดยเมือง Zermatt ขับรถเข้าไม่ได้นะครับ ต้องจอดรถที่เมือง Täsch ครับ ซึ่งจะมีจุดฝากรถไว้ และต่อรถไฟเข้าเมือง Zermatt ครับ

เมื่อถึง Zermatt ผมไม่ได้นอนที่ตัวเมืองครับ ต่อรถไฟขึ้นไปยังสถานี Rotenboden ซึ่งเป็นจุดหมายกันเลย (ค่าตั๋วเท่าไหร่จำไม่ได้ รู้แต่ว่าแพงมวากกก) พอถึงสถานี Rotenboden ก็เดินต่อไปยัง Lake Rifelsee ครับ ระยะทางประมาณ 600 m  ซึ่งเป็นจุดที่ผมจะกางเตนท์นอนกันครับ

25

26

27

28

29

30

31

จุดที่ผมไปกางเตนท์ช่วงนั้นไม่มีนักท่องเที่ยวเลยครับ เพราะหิมะท่วมเลย ฮาาาา  ผมก็กางเตนท์กันเหมือนที่ทำที่ Tre Cime นั่นแหล่ะ และด้วยความที่มีประสบการณ์กับพายุหิมะมาแล้ว ก็เลยเช็คพยากรณ์อากาศกันอย่างดิบดีก่อนจะมานี่กัน  ฟ้าโปร่งใสครับ อุณหภูมิ -2 องศาเซลเซียส

ชิวครับ -10 ยังผ่านกันมาแล้ว

ตกกลางคืนนอนไม่ได้ครับ หนาวแบบนอนไม่ได้  ตัวไม่เท่าไหร่ แต่เท้าไม่รู้สึกอะไรเลย ขนาดใส่รองเท้าแบบ insulate ซึ่งกันอุณหภูมิได้ถึง -10 นะครับ แต่เอาไม่อยู่ ต้องถอดรองเท้ามาเอามืออุ่นทั้งคืนเลย

-2 อะไรวะทำไมหนาวหยั่งงี๊  เลยเอานาฬิกามาลองวัดอุณหภูมิดู

-30 องศาเซลเซียส

แม้เจ้า T T
สรุปคืนนั้นไม่ได้นอนทั้งคืนเลย

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า -2 องศาเซลเซียส คืออุณหภูมิที่ตัวเมือง Zermatt แต่อุณหภูมิที่จุดถ่ายภาพไม่มีที่ไหนบอก ต้องวัดเอาเอง

เอวังด้วยประการละฉะนี้….
พิกัดจุดถ่ายภาพ 45°58’59.9″N 7°45’46.0″E


หลังจากไม่ได้นอนทั้งคืนวันรุ่งขึ้นก็ขับรถกลับเยอรมันกับเพื่อนครับ และก็ไม่ได้ถ่ายภาพอีกเลย กินเที่ยวพักผ่อนร่างกาย และก็เดินทางกลับไทยครับ

เป็นอันจบทริปอิตาลีแถมสวิสเซอร์แลนด์เท่านี้ครับ

เจอกันงานดองหน้าครับ วันนี้สวัสดีครับ…..

 

Share.

About Author

Leave a Reply

%d bloggers like this: