Tuesday, December 12

วิธีการใส่ลายน้ำ (Watermark) ให้กับภาพของเราก่อนที่จะนำไปใช้งานด้วย Lightroom

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

“ไม่เห็นมีข้อความหรือโลโก้ระบุไว้ที่ภาพซักหน่อยว่าใครเป็นเจ้าของ ก็เลยนึกว่าไม่มีเจ้าของ เลยคิดว่าคงเอาไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาติ”

หลายๆท่านอาจจะมีประสบการณ์แบบข้อความข้างต้นมาบ้าง ที่ภาพของท่านโดนเอาไปใช้โดยไม่ขออนุญาติ ยิ่งเอาภาพไปใช้หาผลประโยชน์ให้ตัวเองยิ่งแล้วใหญ่   น่าฟ้องซะให้เข็ด   ซึ่งถ้าใครได้อ่านบทความก่อนหน้าที่ผมเคยเขียนไป (เทคนิคการใส่ข้อมูลลิขสิทธิ์ (Copyright) ลงในภาพของเราด้วยโปรแกรม Lightroom)  คงได้ทราบกันแล้วว่าภาพถ่ายของเราไม่ว่าจะถ่ายด้วยกล้องฟิลม์หรือกล้องดิจิตอลจะมีกฏหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองอยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องไปทำการจดทะเบียนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด   ซึ่งหากใครถือวิสาสะนำภาพของเราไปใช้งานโดยไม่แจ้ง เราก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้เลยครับ

แต่ถ้าท่านคิดว่าแค่นี้ยังไม่พอ กลัวจะมีคนแอบเอาภาพเราไปใช้งานได้อีก  วันนี้ผมเลยจะมานำเสนอวิธีการใส่ลายน้ำ (Watermark) (ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงลิขสิทธิ์ของภาพของเราเพื่อให้ผู้อื่นเห็นอย่างเด่นชัด) ให้กับภาพของเราโดยใช้โปรแกรม Lightroom ก่อนที่จะนำไปใช้งานกันครับ

1

  • อันดับแรกเปิดโปรแกรม  Lightroom กันก่อนครับ  จากนั้นให้คลิ๊กขวาที่ภาพของเรา แล้วเลือก Export > Export… ตามภาพด้านบนครับ

2

  • จากนั้นก็จะมีป๊อปอัพเด้งขึ้นมา  ให้เราหาแท็ป  “Watermarking”  ให้คลิ๊กเข้าไปแล้วเลือก Edit Watermarks…

3

โปรแกรมก็จะพาเข้าไปที่หน้าต่าง Watermark Editor  ตามรูปด้านบน ซึ่งผมแบ่งหน้าต่างเป็น 4 ส่วน  แต่ละส่วนก็จะมีรายละเอียดดังนี้ครับ

  1. Image Options :  ส่วนนี้เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้ลายน้ำของเราเป็นแบบตัวหนังสือหรือแบบรูปภาพ   หากต้องการให้ลายน้ำเป็นตัวหนังสือก็ไม่ต้องทำอะไรในส่วนนี้ครับ  แต่หากใครอยากที่จะให้ลายน้ำเป็นแบบรูปภาพ ก็ให้เลือกตรงปุ่ม “Choose” แล้วเลือกไฟล์รูปหรือโลโก้ที่ต้องการจะนำมาเป็นลายน้ำ  แนะนำให้ใช้ไฟล์นามสกุล  .png  เพราะสามารถเลือกให้พื้นหลังของภาพที่จะทำเป็นลายน้ำโปร่งแสงได้   (ปล ไม่ต้องสนตรง Watermark Style ที่จะมีให้เลือกระหว่าง Text หรือ Graphic นะครับ )
    • 3.2ตัวอย่างของภาพที่ใช้ลายน้ำแบบรูปภาพ
  2. Text Options :  ก็จะเป็นส่วนที่เกี่ยวการทำลายน้ำแบบตัวหนังสือ  โดยจะมีตัวเลือกในการปรับแต่งเกี่ยวกับชนิด และ สี ของตัวหนังสือ  และในส่วนของ Shadow  ก็จะเป็นตัวเลือกในการปรับแต่งเกี่ยวกับเงาของตัวหนังสือครับ   ลองไปปรับเล่นกันดูได้ครับ ง่ายๆ
  3.  Watermark Effects : เป็นตัวเลือกเกี่ยวกับการปรับแต่งลายน้ำของเรา ทั้งแบบตัวหนังสือหรือแบบรูปภาพ
    • Opacity : ปรับความโปร่งแสงของลายน้ำ    อยากให้ลายน้ำของเราเข้มหรือทึบมากน้อยขนาดไหน ปรับตรงนี้รับ
    • Size : ปรับขนาดของลายน้ำ
      • Proportional  เป็นตัวเลือกให้ลายน้ำของเราเป็นอัตราส่วน  หมายความว่าหากเราเลื่อนสไลเดอร์ด้านล่างไปมา ลายน้ำก็จะขยายหรือลดขนาดเป็นไปตามสัดส่วนของตัวลายน้ำเอง
      • Fit หากเราเลือกส่วนี้ ลายน้ำแบบตัวหนังสือเราจะพอดีกับกรอบความกว้างหรือยาวของรูปภาพ  และในกรณีที่เป็นลายน้ำแบบรูปภาพ ถ้าเลือกส่วนนี้โปรแกรมจะเลือกความละเอียดสูงสุดของรูปภาพเราครับ
      • Fill หากลายน้ำแบบรูปภาพที่เราเลือกมีขนาดเล็กกว่าขนาดภาพ หากเราเลือกส่วนนี้ โปรแกรมจะขยายภาพลายน้ำของเราออกไป เพื่อให้พอดีกับขนาดของภาพครับ
    • Inset ไว้ปรับระยะแนวตั้งและแนวนอนของลายน้ำของเราแบบละเอียด
    • Anchor  ไว้สำหรับปรับตำแหน่งของลายน้ำในภาพของเรา  จุดเล็กๆแทนถึงตำแหน่ง บน กลาง ล่าง ซ้าย ขวา ของลายน้ำในภาพของเราครับ
  4. ส่วนนี้มีไว้กรอกรายละเอียดของลายน้ำแบบตัวอักษรครับ  อยากเขียนอะไรลงไปได้เลยครับ

5

จากนั้นกดปุ่ม Save ก็จะมีป็อปอัพขึ้นมาเพื่อให้เราตั้งชื่อลายน้ำของเรา  ตั้งชื่อเสร็จกด Creat ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการใส่ลายน้ำให้กับภาพของเราครับ  เมื่อเรา  Export ภาพของเราเสร็จสิ้น ภาพของเราก็จะมีลายน้ำเป็นที่เรียบร้อยครับ

4.1

หรือในกรณีที่เราต้องการแก้ไขข้อมูลลายน้ำของเรา ก็แค่ไปเลือก Edit Watermarks… แล้วก็จัดการแก้ไขข้อมูลให้เรียบร้อย  จากนั้นก็จะมีป็อปอัพมาให้เราตั้งชื่อลายน้ำของเราอีกรอบ (เซฟทับไม่ได้นะครับ ต้องตั้งชื่อใหม่)

7โดยหากเราต้องการแก้ไข หรือลบลายน้ำของเก่า เราก็แค่คลิ๊กที่มุมขวาของ Watermark Editor ซึ่งก็จะมีรายละเอียดดังนี้ครับ

  • Save Current Settings as New Preset : เซฟลายน้ำของเราในชื่อใหม่
  • Restore Default Presets : รีเซทรายละเอียดของลายน้ำทั้งหมดให้เป็นค่าเริ่มต้น
  • Delete preset : ลบข้อมูลลายน้ำที่เราเลือก
  • Rename preset : เปลี่ยนชื่อลายน้ำของเรา

 

จบสิ้นกระบวนการสร้างและแก้ไขลายน้ำแล้วครับ  ต่อไปใครจะนำภาพของเราไปใช้ ถ้าเห็นลายน้ำก็คงรู้แล้วว่ามีเจ้าของ หวังว่าคงจะไม่เอาไปใช้  แต่หากยังดื้อดึง ลบลายน้ำแล้วเอาไปใช้อีก ก็คงต้องฟ้องกันให้รู้แล้วรู้รอดกันเลยครับ  สวัสดีครับ


 

 

Share.

About Author

Leave a Reply

%d bloggers like this: